"พะชอน สง่าดอนสูง" เสียงเรียกชื่อของคุณครูวิชาภาษาไทยในชั้นเรียนเด็กป.6 ในวันที่แสนร้อนอบอ้าว ดังขึ้น
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้อง ไม่มีเสียง "มาครับ" ตามความคาดหวังของครู
"พะชอน พะชอน" เสียงของครูดังขึ้นประหนึ่งมั่นใจว่าจะต้องมีพะชอนอยู่ในห้องนี้แน่ๆ เพราะวันนี้ไม่มีเด็กนักเรียนที่ ป่วย ลา ขาด สักคน
"อีแบงค์ ครูเค้าเรียกชื่อมึงหรือเปล่าวะ" เดชา เพื่อนร่วมห้องกระซิบบอกเจ้าของชื่อด้วยความไม่แน่ใจ
"อะไรแก ชั้นชื่อ พดชะระ ย่ะ" เจ้าของชื่อยืนยันวิธีการอ่านที่ถูกต้องของตัวเอง "ใครชื่อพะชอน ชั้นไม่ใช่กระชอนตักปลานะยะ"
ครูภาษาไทยยังคงงงที่ไม่มีใครขานรับ เธอเดินมาที่กระดานดำ (ซึ่งน่าจะเรียกว่ากระดานเขียว) หยิบชอล์คสีชมพูขึ้นมาเขียนชื่อ "พชร"
"ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง ก็เรียกอยู่ตั้งนานว่า พะชอน พะชอน ไหน คนไหน ยกมือซิ" คุณครูตะคอกด้วยความโมโห พร้อมเอาชอล์คเคาะกับกระดานเสียงดัง ป๊อก ป๊อก ปีอก ป๊อก!
พชร ยกมือขึ้น "ที่ครูเขียนมันชื่อผมฮะ แต่มันอ่านว่า พดชะระ ไม่ใช่พะชอน ผมไม่ใช่กระชอนตักปลาฮะ"
คำตอบของพชรทำให้เด็กนักเรียนในชั้นหัวเราะกันตัวโยน ครูสอนภาษาไทยทำอะไรไม่ถูกสีหน้าบ่งบอกถึงความรู้สึกอับอายอย่างรุนแรง เธอยังขุดเอาสติที่ยังพอมีอยู่พร้อมตอกกลับพชรว่า
"ฮึ! ชื่อ พชร แต่ดันเป็นกะเทย" เด็กทุกคนหัวเราะอีกครั้ง รอยยิ้มมุมปากแสดงถึงชัยชนะของครูสาวไฟแรงคนนี้ได้เป็นอย่างดี
--------------------------------------------------------------------------------------------
พชรเป็นกะเทย ในโรงเรียนชายล้วนแห่งหนึ่ง
เธอไม่ค่อยอยากให้เพื่อนๆเรียกว่า กะเทย เท่าไหร่นัก
"พวกแกเรียกชั้นว่า ตุ๊ด ดีกว่า ตุ๊ด มันดูน่ารักดี กะเทย ฟังแล้วยังกับกระทิง" พชรบอกกับเพื่อนผู้ชายที่ล้อเธอ
พชรชอบเล่นวอลเล่ย์บอล เธอมีเพื่อนฝูงรุ่นพี่ที่รวมตัวกันสร้างเป็นสมาคมชาวเราขึ้นมาในโรงเรียน อย่างน้อยมันทำให้เธออุ่นใจว่า เธอยังมีกลุ่มเพื่อนและพี่ที่เธอคอยปรึกษาและไว้ใจได้
หากถามถึงคุณสมบัติของพชร เพื่อนๆในสมาคมก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "มันเส้นตื้นมาก"
พีระ เด็กชายผถ้อมทุกข์ออกไปอ่านเรียงความวันพ่อหน้าชั้นเรียน "ผมรักพ่อของผมมาก เพราะพ่อของผมเป็นคนตลกโปกฮา....ถึงแม้ว่าเขาจะจากผมไปแล้วก็ตาม"
ยงยุทธ เพื่อนตุ๊ดที่นั่งข้างๆเธอเขียนข้อความลงในกระดาษส่งให้อ่าน ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ระเบิดลั่นไปทั่วห้อง
"กร๊ากกก ฮ่า ฮ่า แอร๊ยยยยยย ฮ่า ฮ่า" บางทีเสียงหัวเราะของพชรก็ยากเกินกว่าที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรได้
เด็กนักเรียนทุกคนหันมามองพชรเป็นตาเดียว เธอรู้ตัวว่าทุกสายตาจับจ้องที่เธอ แต่เธอหยุดหัวเราะไม่ได้
"ผีเข้าเหรอพะชอน" ครูภาษาไทยคนเดิมถาม
"เปล่าฮ่ะครู" เธอชูกระดาษต้นเหตุที่ทำให้เธอหัวเราะ "ยงยุทธมันเขียนว่า พ่อของพีระเป็นคนตลกลูกกะโปกฮาฮ่ะ"
ตั้งแต่วันนั้น ยงยุทธก็ขอร้องครูประจำชั้นให้ย้ายเขาไปอยู่โต๊ะอื่น และไม่พูดกับพชรอีกเลยจนบัดนี้
-----------------------------------------------------------------------------------------
พชรเป็นคนเส้นตื้น
พิธีไหว้ครูกำลังจะมาถึง เด็กนักเรียนทุกคนตื่นเต้นเป็นพิเศษที่จะได้ไม่ต้องเรียนเพราะคาบเรียนจะยกเลิกเพื่อมาทำพิธีไหว้ครูครึ่งวัน
ระหว่างพิธีซ้อม พชร นั่งข้าง ทรงพล เพื่อนผู้ชายที่เธอไม่ค่อยสนิทมากนัก แต่เขาก็เป็นคนนิสัยดีพอที่จะให้พชรนั่งข้างเขาได้ นั่นหมายความว่า ทรงพลไม่เกลียดตุ๊ด
ระหว่างที่ทั้งสองนั่งขัดสมาธิมือประนมตามที่คุณครูสั่งให้ทำ เสียงสุดจมูกฟื๊ดฟ๊าดของพชรดังขึ้น "ฟื๊ดฟ๊าด"
"นายเป็นหวัดเหรอ" ทรงพลถามด้วยความสงสัย
"ใช่ เพิ่งเป็นเลยอ่ะ" พชรตอบพร้อมสุดน้ำมูกที่คั่งในโพรงจมุกสูดขึ้นให้มันลงไปในคอ เธอกลืนน้ำมูกก้อนนั้นเหมือนกลืนน้ำลาย
"ปาเจรา จริยา โหนตุ๊...." เสียงตัวแทนนักเรียนรางวัลขับร้องทำนองเสนาะดังขึ้น
ทรงพลพูดกับพชร "นายเคยได้ยินเพลงนี้เปล่า ปาเจรา จริยา แอมโฟเน๊..." ทรงพลขึ้นเสียงสูงตรงคำว่า 'เน๊' อย่างเพราะพริ้ง
ยังไม่ทันที่ทรงพลจะปิดกล่องเสียง เสียงหัวเราะพิฆาตมารของพชรก็ดังกัมปนาทขึ้น "แอร๊ยยย กร๊ากก ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เท่านั้นไม่พอ ด้วยลำคอที่เปิดกว้าง โพรงจมูกที่ทำงานคล่องตามระบบร่างกาย พชรก็ปล่อยก้อนน้ำเมือกสีเขียวออกจากทางรูจมูก เธอสูดมันเอาไว้ไม่ทัน
"แพละ !" ก้อนเมือกเจ้ากรรมตกลงบนต้นขาขาวๆของทรงพลเหมือนขนมเปียกปูนที่วางจนจานสาวสะอาด
"อุ่ย! ขอโทษนะแก ชั้นเป็นหวัด" พชรยังคงหัวเราะ โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายหนึ่งกำลังทำปากเหยเกเหมือนคนจะร้องไห้
"คุณุตารา ณุสาสะกา นักเรียนกราบ..." ตัวแทนนักเรียนยังคงทำหน้าที่ต่อไป
พชรเป็นคนเส้นตื้น
ความเส้นตื้นของพชร ทำให้เธอต้องสูญเสียเพื่อนไปแล้ว 2 คน
------------------------------------------------------------------------------------------
ตามประสาชาวเรา การตั้งวงเม้าท์เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ฮอทฮิตติดชาร์ท
"แกชั้นรู้สึกเจ็บหัวนมอ่ะ คือมันกดแล้วเจ็บมาก ต่อให้ไม่ทำอะไรก็เจ็บ"
"อย่างนี้เค้าเรียกว่านมแตกพาน"
"แต่ผู้หญิงเค้าเรียกนมตั้งเต้าใช่มะ ชั้นอยากนมตั้งเต้าอ่ะ ไม่อยากนมแตกพาน เอ๊ะ! หรือว่าชั้นเป็นมะเร็งเต้านม"
"นี่แก ชั้นกินยาคุมมานะ อย่าเพิ่งกวนใจ ยิ่งหงุดหงิดอยู่"
"แก พี่นพเค้าเข็นมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าชั้นด้วย เค้าต้องชั้นแน่ๆเลย"
"ก็แกดันไปยืนตรงลานจอดรถ จะให้เค้าไม่เข็นผ่านหน้ามึง แล้วไปจอดที่โรงอาหารเหรอยะ"
ฯลฯ
เรื่องเม้าท์ของชาวเรามักจะวนเวียนกับเรื่องแบบนี้ และพชรก็ชอบมานั่งฟัง เพราะมันตลก
ในวันที่วงเม้าท์ดำเนินไปอย่างออกรสออกชาติ ทศพล ตุ๊ดรุ่นพี่ที่เป็นตัวแม่วงเม้าท์ เล่าเรื่องตลกให้ฟัง
"ชั้นไปได้ยินเรื่องตลกมาเรื่องหนึ่ง มีสาวโรงงานคนนึงเว้ย จะไปทำเรื่องขอวีซ่าไปทำงานต่างประเทศหรือไงนี่แหละ พนักงานมันก็ดูชื่อใช่ป่ะ แล้วมันก็หัวเราะ เพราะนางชื่อ ฉันทนา ฟักมี"
พชรหัวเราะขึ้นมา จนเพื่อนๆต้องปรามเพราะมันยังไม่ถึงช่วงพีค
"แล้วทีนี้เว้ย พนักงานมันก็บอกว่านามสกุลนี้มันไม่เพราะ ฝรั่งอ่านแล้วมันไม่ดี เดี๋ยวมันจะเปลี่ยนเป็นนามสกุลที่เพราะกว่านี้ให้ แล้วอีก 10 วันค่อยมาทำเรื่องใหม่"
ทุกคนนั่งฟังอย่างใจจดจ่อ พมีพชรคนเดียวที่ต้องทนกับการกัดฟันไม่ให้หัวเราะออกมา
"10 วันต่อมา ฉันทนาก็กลับมาอีกครั้ง พนักงานก็ยื่นเอกสารที่เปลี่ยนนามสกุลใหม่ให้เธอ และเธอก็ได้นามสกุลใหม่ว่า 'ฉันทนา ฟักมีพลีส' "
เพื่อนๆในวงหัวเราะกันพอเป็นพิธี มีเพียงพชรเท่านั้นที่หัวเราะแบบไม่บันยะบันยัง เธอรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ตลกเหลือเกิน ทนเก็บกลั้นความรู้สึกนี้ไว้ไม่อยู่ ท้องเธอแข็งไปหมด น้ำตาไหลแบบควบคุมไม่ได้ จู่ๆเธอก็โพล่งออกมาว่า "ชั้นไม่ไหวแล้ว!"
สั้นเสียง เธอลุกขึ้นวิ่งออกไปตรงสวนหย่อมเล็กๆของโรงเรียน ที่ตรงนั้นมีกรงนก ซึ่งประกอบไปด้วยนกแก้ว นกขุนทองและนกยูง อาศัยอยู่ในกรงเดียวกัน
พชรวิ่งไป เอามือจิกตรงซี่กรง เธอเขย่ากรงด้วยความรุนแรง พร้อมระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
"แอร๊ยยยยยย กร๊ากกกกก ฮ่า ฮ่า ฮ่า แอร๊ยยยย" เสียงหัวเราะของเธอและมือที่เขย่ากรงทำเอานกทุกตัวแตกตื่น วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น และเมื่อเธอคุมสติได้ เธอก็ได้พบว่า นกแก้วโนรีในกรง 2 ตัว นอนแน่นิ่งอย่างสงบ...
พชรเป็นคนเส้นตื้น
ความเส้นตื้นของพชร ทำให้เธอต้องสูญเสียเพื่อนไปแล้ว 2 คน กับนกอีก 2 ตัว...