มองผิวเผิน ชลิสาเป็นผู้หญิงอ้วนคนหนึ่ง
แต่เธอมักจะบอกกับคนรอบข้างเสมอว่า "เธอเป็นคนเจ้าเนื้อและน่ากอด"
ด้วยความเป็นผู้หญิงพุงล้ำหน้า หน้าอวบอื่ม เธอจึงเป็นที่รักของเพื่อนๆเสมอมา
เพื่อนๆชอบเรียกชื่อจริงของเธอเพราะชื่อของเธอเป็นชื่อที่เพราะพริ้งน่าฟัง "ชลิสา ชลิสา ชลิสา..."
เรียกนานๆเข้า ก็เกิดการกร่อนเสียงตามความเคยชิน ชื่อของชลิสา จึงเปลี่ยนเป็น "ชิสา" ไปโดยปริยาย
"ชิสา ชิสา ชิสา ชิสา" เพื่อนๆเรียกชื่อเธอจนชินปากเหมือนเรียกสุนัขให้มากินข้าวเย็น
ชลิสาชอบชื่อที่ได้รับการกร่อนเสียงนี้มาก
นานวันเข้า ชื่อของชิสา จึงถูกกร่อนลงไปอีกเพื่อการเรียกที่ง่ายขึ้น เพื่อนๆจึงเรียกว่า "ชิ"
"ชิ ชิ ชิ ชิ" สนิทมากหน่อยก็ "อีชิ อีชิ อีชิ"
หากจะกล่าวถึงความเป็นชลิสา ชิสา ชิ หรือ อีชิ เพื่อนๆเห็นพ้องต้องกันว่า... เธอรักการกินเป็นชีวิตจิตใจ พอๆกับรักพ่อและแม่ของเธอ
เธอกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ชลิสาเชื่อว่า การกินเป็นหนทางหนึ่งที่มีความสุขพอๆกับการมีเพศสัมพันธ์
จึงไม่แปลกใจที่เพื่อนๆมากจะเห็นชลิสาเคลิบเคลิ้มทุกครั้งเมื่ออาหารเข้าปากเธอ
"อีชิ กูเห็นมึงกินของแต่ละอย่าง กูแทบจะฟินแทนมึงเลยว่ะ" เพื่อนสนิทของเธอพูดด้วยความอิจฉา
นอกจากเรื่องการกินที่เป็นความสุขขั้นบรรลุนิพพานของชิสาแล้ว เธอยังมีความถนัดพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ "การกินของคนอื่น"
ชลิสาเรียนรู้ที่จะหาทางหนีทีไล่ในการชิมนิดชิมหน่อยเวลาที่เพื่อนๆซื้อของกินมา
"อุ้ย! น่ากินจัง นิดนึงนะเธอ" ชลิสาทำหน้ากรุ้มกริ่ม ยักคอไปมา และระบายยิ้มให้เป็นผู้หญิงที่น่าทะนุถนอมที่สุด
ไม่ทันที่เพื่อนจะตอบตกลง เธอคว้าช้อนและจ้วงอาหารลงไปแบบสุดแรงเกิดพร้อมตักเข้าปากทันที
"นิดนึงของแกนี่ มโหฬารของชั้นเลยนะ" เพื่อนพูดออกแนวกัดแกมหยอก แต่ในใจหลอกด่าแบบเผาพริกเผาเกลือให้ตายตกไปตามๆกัน
กลเม็ดเด็ดพรายของชลิสาพัฒนาขึ้นมาจนถึงขั้นสุดยอด เธอมักจะมีลุกล่อลูกชนเพื่อที่จะได้มาซึ่งอาหารของคนอื่นเสมอ จนเพื่อนๆต่างรู้กิตติศัพท์ของเธอเป็นอย่างดี และเป็นที่รู้กันว่า ถ้าจะซื้ออะไรมากิน ต้องซื้อเผื่อชลิสาเสมอ
ด้วยเหตุนี้ ชลิสาจึงรักเพื่อนๆของเธอมาก
วันหนึ่งที่โรงอาหารคณะ ชลิสาเดินเมียงมองอาหารตามปกติ เธอยิ้มพริ้มเพราทักป้าร้านข้าวแกง แซวหนุ่มขนน้ำแข็งเป็นกิจวัตร และภารกิจสำคัญที่เธอทำประจำคือ การชิมอาหารของคนอื่น
"อ้าว! สวัสดีน้องเปา ซื้ออะไรมาเหรอ" เธอเจอเป้าหมายเป็นรุ่นน้องร่วมคณะ ที่สำคัญคนนั้นต้องหล่อด้วย เธอถึงจะเขาไปทัก
"ข้าวผัดปลาสลิดครับ" รุ่นน้องตอบและยิ้มแห้งๆ รับรู้ถึงหายนะที่กำลังจะตามมา
"อุ๋ย! ปลาสลิด สะกิดใจพี่จริงๆ ขอชิมหน่อยนะ" ไม่รอช้า เธอคว้าช้อนที่เธอเตรียมไว้เองตักข้าวผัดของน้องเข้าปาก
"อุ้ย! ตายและ ดูเหมือนพี่ตลกแดกเลยเนอะ ฮิฮิ" การหลอกด่าตัวเองเป็นอีกกลเม็ดหนึ่งที่ทำให้การกระทำของเธอดูไม่น่าเกลียดจนเกินไป "กินข้าวให้อร่อยนะเปา" และเธอก็จากไป ปล่อยให้รุ่นน้องท่องคาถาเทพสามตาแช่งเธออยู่เบื้องหลัง
ทันใดนั้นเอง เธอมองไปที่ร้านขายข้าวมันไก่ จิระวดี เพื่อนของเธอกำลังตักน้ำจิ้มราดลงไปบนข้าวมันไก่จานโต
ด้วยความหิวเธอปรี่เข้าไปหาจิระวดีอย่างรวดเร็ว
"แก นั่งกินตรงไหนเหรอ" ชลิสาถามจิระวดี มือคว้าหนังไก่ขึ้นมาใส่ปากโดยไม่ถามจิระวดีสักคำ
จิระวดีมองหน้าชลิสาด้วยความตกใจ พร้อมบอกกับชลิสาว่า
"แกนั่นมันหนังไก่จานคนอื่น"
ชลิสาทำตาเบิกโพลง เธอหันไปมองจานข้าวมันไก่ที่เธอหยิบมา มันคือจานข้าวมันไก่ของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยังคงยืนใบ้รับประทานเพราะตกใจกับการกระทำของชลิสา
ด้วยความเหวอกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชลิสาแก้เขินด้วยการพูดว่า "เอ่อ พี่คืนให้นะคะ" และหยิบหนังไก่จากในปากจะวางลงบนจานของเหยื่อผู้โชคร้าย
"จะบ้าเหรอแก อย่าทำๆ" จิระวดีเตือนสติชลิสา
"ขอโทษค่ะ งั้น...ขออนุญาตเคี้ยวเลยแล้วนะคะ" ชลิสายิ้มเจื่อน ปากเคี้ยวหนังไก่จั๊บๆ
หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายส่ายหัวเล็กน้อย เธอทำได้เพียงยิ้มน้อยๆ และเดินจากไป เธอไม่ได้ติดใจอะไร เพราะคิดว่าหนังไก่ชิ้นนั้นไม่ได้เกิดมาคู่กับเธอ และถือเป็นการทำบุญล้างซวยครั้งใหญ่เสียเลย
ชลิสามองตามหญิงสาวไป ก่อนที่จะมองจิระวดีที่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งจนน้ำซุปในถ้วยกระเพื่อม
"จะว่าไป หนังไก่อร่อยดีนะแก" ชลิสากลืนหนังไก่ลงคอก่อนที่จะเอาช้อนตักน้ำซุปของของจิระวดีกลั้วคอเป็นลำดับต่อไป
"ชลิสา ตลกแดก"