แม่ของเขาตังชื่อของเขาว่าทฤษฎี เพราะอยากให้เขาเป็นคนเก่ง
ตั้งแต่จำความได้แม่ของเขามักจะให้เขานั่งหน้าจอโทรทัศน์ใกล้ๆ ให้รังสีเขียวแดงน้ำเงินมันฉายเข้าตา
นานวันเข้า ทฤษฎี สายตาสั้น แม่รีบพาไปวัดสายตาประกอบแว่นทันที
"แม่อยากให้ลูกใส่แว่นมานานแล้วล่ะ จะได้ดูเป็นเด็กคงแก่เรียนเหมือนชื่อทฤษฎีไงลูก" แม่พูดกับเขาพร้อมลูบหลังเขา แสงอาทิตย์สีเหลืองนวลฉายส่องมาที่ตัวเขากับแม่ ภาพอันเลือนรางที่เขายังพอจำได้คือ แม่น้ำตาคลอเบ้ากับการที่เขาใส่แว่น รอยยิ้มพริ้มเพราเต็มใบหน้า แต่สำหรับเขา แสงอาทิตย์ทำให้เขาร้อนไปทั้งแผ่นหลัง ยิ่งแม่เอามือมาลูบอีก มันทำให้เขาอยากจะอาเจียน
----------------------------------------------
นั่นคือทฤษฎีเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเขาอายุ 21 ปี ทฤษฎียังคงใส่แว่นเหมือนเดิมตามอย่างผู้คงแก่เรียน แต่เขากลับเรียนในคณะนิเทศศิลป์ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง
รุ่นพี่เคยถามเขาว่า ทำไมเขาถึงชื่อทฤษฎี เขาตอบว่า "แม่ของผมอยากให้เป็นเด็กคงแก่เรียนครับ"
"แต่คณะนี้มันเน้นปฏิบัตินะเว้ย มึงเป็นแต่ทฤษฎีอย่างเดียว ไม่ปฏิบัติ มันก็แป้กดิวะ" รุ่นพี่หัวเราะใส่เขาเหมือนกำลังดูการแสดงผักบุ้งโชว์
4 ปีให้หลัง ทฤษฎีเรียนจบด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ส่วนรุ่นพี่คนนั้นก็ยังคงแก่เรียนต่อไป ไม่หยุดยั้ง
-------------------------------------------------
ตอนนี้ ทฤษฎี ทำงานป็นหัวหน้าฝ่ายอาร์ตของนิตยสารการ์ตูนชื่อดัง เขาขยับแว่นหงึกหงักๆ รู้สึกรำคาญกับมันเหลือเกิน พลันก็คิดถึงตอนที่เขาไปซื้อคอนแทคเลนส์มาใส่ครั้งแรก
"มันใส่ยังไงเหรอครับพี่" ทฤษฎีถามพนักงาน
"น้องใช้นิ้วโป้งของมือข้างซ้ายเปิดเปลือกตาล่างของตาข้างขวาแล้วเอานิ้วชี้ของมือข้างขวา เอ๊ย! ไม่ใช่ค่ะ เอานิ้วชี้ของมือข้างซ้ายเปิดเปลือกตาบน จากนั้นน้องก็เอาคอนแทคเลนส์ หงายในด้านที่มันน่าจะเป็นทรงถ้วยนะคะวางไว้บนนิ้วชี้ จากนั้นก็ค่อยๆเอานิ้วชี้ของมือข้างขวาใข้ไปในตา ทีแรกอาจจะรู้สึกแปลก เสียวๆ ตื่นเต้นๆ นิดนึงนะคะ แต่เราต้องเอาชนะใจเราให้ได้ และสุ้กับสิ่งแปลกปลอมที่เขามาในตาเรา พอใส่เข้าไปได้แล้วก็กะพริบตาปริบๆพอให้น้ำยามันซึมไหลออกมา แค่นี้ก้เสร็จสิ้นกระบวนการค่ะ" พนักงานสาวพูดอย่างคล่องแคล่ว
"พี่พูดอีกรอบได้ไหมครับ" เป็นประโยคเดียวทีทฤษฎีพูดออกมาตอนนั้น
----------------------------------------------------
เขายังคงขยับแว่นตาหงึกหงักๆ สายตาจับจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำเอาเข้าล้าม่านตาไปจนถึงเซลล์รูปแท่งและรูปกรวย เขากระพริบตาถี่ๆ สายตาเริ่มเลือนรางเหมือนโดนควันธูปทีลอยโขมงเข้าตาในวันที่เขาไปเวียนเทียนวันวิสาขบูชาที่วัดหัวลำโพง
ทฤษฎีรู้สึกหิว เขาจึงลุกขึ้นพาร่างอ้วนแบบเจ้าเนื้อ ไปยังตู้เย็นหน้าห้องสำนักงานใหญ่
ตู้เย็นใบนี้ บรรจุทุกสิ่งทุกอย่างที่พนักงานทุกคนอยากจะเอามาแช่ไว้ มีตั้งแต่ ไข่ไก่ ไปจนถึงครีมทาส้นเท้าแตก
ทฤษฎีเปิดตู้เย็น เขาหวังว่าจะมีของกินน่าทานให้กินพอประทังชีวิตได้บ้าง พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นวัตถุสีน้ำตาลเป็นก้อนวางอยู่ ด้วยความที่ยังแสบตาไม่หาย เขาหยิบมันขึ้นมาดู มันคือช็อกโกแลตนั่นเอง
ไม่รอช้า ทฤษฎี เอาช็อกโกแลต เขาปาก พร้อมเคี้ยว จั๊บๆๆๆ
ทันใดนั้น รสชาติอันแปลกแปร่ง ทั้งคาว เค็ม หวาน ฝาด พุ่งปรี่ขึ้นสมอง มันเป็นรสชาติที่เขาไม่คุ้นเคยมาก่อน เขาพะอืดพะอม อยากจะคายทิ้ง แต่ก็ทนเคี้ยวต่อไป
"บางทีมันอาจจะเป็นช็อกโกแลตฝรั่งเศสราคาแพงก็เป็นได้ รสชาติเลยไม่คุ้นลิ้น" เขาคิดในใจ พร้อมเคี้ยวต่อไปอย่างมีความสุขที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้กินของดีๆกับเขาบ้าง แต่ช็อกโกแลตแท่งใหญ่มาก เขาจึงวางที่เหลือเอาไว้ ณ จุดเดิม
เขาปิดตู้เย็น สายตาหายมัวแล้ว เขานึกขอบคุณช็อกโกแลตแท่งนั้นที่ทำให้เขามีแรงทำงานต่อ และคิดไปถึงแผนการแกล้งทำเป็นเนียนไม่รู้เรื่อง เมื่อเจ้าของมาถามหาช็อกโกแลตที่หายไปในวันรุ่งขึ้น
---------------------------------------------------------------------------
เช้าวันรุ่งขึ้น ทฤษฎีทำงานตามปกติ วาสนา หัวหน้าฝ่ายเช็คสินค้า เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉยพร้อมแท่งช็อกโกแลตที่เขากินไปเมื่อวาน ทฤษฎียังนิ่งเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
เขาชำเลืองมองวาสนา ไม่มีทีท่าว่าเธอจะมาดุด่าเขาแต่อย่างใด วาสนาเดินตรงไปที่ตู้ปลามังกรที่เธอเลี้ยงไว้ในห้องของเขา พร้อมบิช็อกโกแลตแท่งนั้นลงไปให้ปลากิน
ทฤษฎีสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงถามวาสนาด้วยความสงสัยว่า "พี่จะเอาช็อกโกแลตให้มันกินทำไม ปลามังกรมันกินแมลงสาบไม่ใช่เหรอ"
วาสนาหันมามองหน้าทฤษฎีด้วยความงง พร้อมพูดว่า "นี่มันช็อกโกแลตที่ไหนกัน มันเป็นหนอนปลา หนอนปลาอัดแท่งที่ให้ปลากินน่ะ แกไปตัดแว่นใหม่ได้แล้วม้าง" วาสนาส่ายหัวมองทฤษฎีด้วยความเอ็นดูก่อนที่จะเอาช็อกโกแลตให้ปลามังกรที่ทำปากพะงาบๆรอกินอยู่
เขาขยับแว่นหงึกหงัก ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาในหัวสมองของทฤษฎีทันที เขายังจดจำของไอติมซ็อกโกแลตที่เขาเคยกินเป็นครั้งแรกได้ ยังจดจำรสชาติของปลากระพงแช่บ๊วยที่เขาเคยกินกับพ่อได้ ยังจำรสชาติของถ่านที่ครูฝึกให้อมเป็นการทำโทษสมัยเรียนรด.ได้ดี และสุดท้ายรสชาติที่เขาจะจดจำไปชั่วชีวิต...
คือรสชาติของช็อกโกแลตฝรั่งเศสที่เขากินไปเมื่อวานนั่นเอง...