2008/May/21

แม่ของเขาตังชื่อของเขาว่าทฤษฎี เพราะอยากให้เขาเป็นคนเก่ง

ตั้งแต่จำความได้แม่ของเขามักจะให้เขานั่งหน้าจอโทรทัศน์ใกล้ๆ ให้รังสีเขียวแดงน้ำเงินมันฉายเข้าตา

นานวันเข้า ทฤษฎี สายตาสั้น แม่รีบพาไปวัดสายตาประกอบแว่นทันที

"แม่อยากให้ลูกใส่แว่นมานานแล้วล่ะ จะได้ดูเป็นเด็กคงแก่เรียนเหมือนชื่อทฤษฎีไงลูก" แม่พูดกับเขาพร้อมลูบหลังเขา แสงอาทิตย์สีเหลืองนวลฉายส่องมาที่ตัวเขากับแม่ ภาพอันเลือนรางที่เขายังพอจำได้คือ แม่น้ำตาคลอเบ้ากับการที่เขาใส่แว่น รอยยิ้มพริ้มเพราเต็มใบหน้า แต่สำหรับเขา แสงอาทิตย์ทำให้เขาร้อนไปทั้งแผ่นหลัง ยิ่งแม่เอามือมาลูบอีก มันทำให้เขาอยากจะอาเจียน

----------------------------------------------

นั่นคือทฤษฎีเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเขาอายุ 21 ปี ทฤษฎียังคงใส่แว่นเหมือนเดิมตามอย่างผู้คงแก่เรียน แต่เขากลับเรียนในคณะนิเทศศิลป์ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง

รุ่นพี่เคยถามเขาว่า ทำไมเขาถึงชื่อทฤษฎี เขาตอบว่า "แม่ของผมอยากให้เป็นเด็กคงแก่เรียนครับ"

"แต่คณะนี้มันเน้นปฏิบัตินะเว้ย มึงเป็นแต่ทฤษฎีอย่างเดียว ไม่ปฏิบัติ มันก็แป้กดิวะ" รุ่นพี่หัวเราะใส่เขาเหมือนกำลังดูการแสดงผักบุ้งโชว์

4 ปีให้หลัง ทฤษฎีเรียนจบด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ส่วนรุ่นพี่คนนั้นก็ยังคงแก่เรียนต่อไป ไม่หยุดยั้ง

-------------------------------------------------

ตอนนี้ ทฤษฎี ทำงานป็นหัวหน้าฝ่ายอาร์ตของนิตยสารการ์ตูนชื่อดัง เขาขยับแว่นหงึกหงักๆ รู้สึกรำคาญกับมันเหลือเกิน พลันก็คิดถึงตอนที่เขาไปซื้อคอนแทคเลนส์มาใส่ครั้งแรก

"มันใส่ยังไงเหรอครับพี่" ทฤษฎีถามพนักงาน

"น้องใช้นิ้วโป้งของมือข้างซ้ายเปิดเปลือกตาล่างของตาข้างขวาแล้วเอานิ้วชี้ของมือข้างขวา เอ๊ย! ไม่ใช่ค่ะ เอานิ้วชี้ของมือข้างซ้ายเปิดเปลือกตาบน จากนั้นน้องก็เอาคอนแทคเลนส์ หงายในด้านที่มันน่าจะเป็นทรงถ้วยนะคะวางไว้บนนิ้วชี้ จากนั้นก็ค่อยๆเอานิ้วชี้ของมือข้างขวาใข้ไปในตา ทีแรกอาจจะรู้สึกแปลก เสียวๆ ตื่นเต้นๆ นิดนึงนะคะ แต่เราต้องเอาชนะใจเราให้ได้ และสุ้กับสิ่งแปลกปลอมที่เขามาในตาเรา พอใส่เข้าไปได้แล้วก็กะพริบตาปริบๆพอให้น้ำยามันซึมไหลออกมา แค่นี้ก้เสร็จสิ้นกระบวนการค่ะ" พนักงานสาวพูดอย่างคล่องแคล่ว

"พี่พูดอีกรอบได้ไหมครับ" เป็นประโยคเดียวทีทฤษฎีพูดออกมาตอนนั้น

----------------------------------------------------

เขายังคงขยับแว่นตาหงึกหงักๆ สายตาจับจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำเอาเข้าล้าม่านตาไปจนถึงเซลล์รูปแท่งและรูปกรวย เขากระพริบตาถี่ๆ สายตาเริ่มเลือนรางเหมือนโดนควันธูปทีลอยโขมงเข้าตาในวันที่เขาไปเวียนเทียนวันวิสาขบูชาที่วัดหัวลำโพง  

ทฤษฎีรู้สึกหิว เขาจึงลุกขึ้นพาร่างอ้วนแบบเจ้าเนื้อ ไปยังตู้เย็นหน้าห้องสำนักงานใหญ่

ตู้เย็นใบนี้ บรรจุทุกสิ่งทุกอย่างที่พนักงานทุกคนอยากจะเอามาแช่ไว้ มีตั้งแต่ ไข่ไก่ ไปจนถึงครีมทาส้นเท้าแตก

ทฤษฎีเปิดตู้เย็น เขาหวังว่าจะมีของกินน่าทานให้กินพอประทังชีวิตได้บ้าง พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นวัตถุสีน้ำตาลเป็นก้อนวางอยู่ ด้วยความที่ยังแสบตาไม่หาย เขาหยิบมันขึ้นมาดู มันคือช็อกโกแลตนั่นเอง

ไม่รอช้า ทฤษฎี เอาช็อกโกแลต เขาปาก พร้อมเคี้ยว จั๊บๆๆๆ

ทันใดนั้น รสชาติอันแปลกแปร่ง ทั้งคาว เค็ม หวาน ฝาด พุ่งปรี่ขึ้นสมอง มันเป็นรสชาติที่เขาไม่คุ้นเคยมาก่อน เขาพะอืดพะอม อยากจะคายทิ้ง แต่ก็ทนเคี้ยวต่อไป

"บางทีมันอาจจะเป็นช็อกโกแลตฝรั่งเศสราคาแพงก็เป็นได้ รสชาติเลยไม่คุ้นลิ้น" เขาคิดในใจ พร้อมเคี้ยวต่อไปอย่างมีความสุขที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้กินของดีๆกับเขาบ้าง แต่ช็อกโกแลตแท่งใหญ่มาก เขาจึงวางที่เหลือเอาไว้ ณ จุดเดิม

เขาปิดตู้เย็น สายตาหายมัวแล้ว เขานึกขอบคุณช็อกโกแลตแท่งนั้นที่ทำให้เขามีแรงทำงานต่อ และคิดไปถึงแผนการแกล้งทำเป็นเนียนไม่รู้เรื่อง เมื่อเจ้าของมาถามหาช็อกโกแลตที่หายไปในวันรุ่งขึ้น

---------------------------------------------------------------------------   

เช้าวันรุ่งขึ้น ทฤษฎีทำงานตามปกติ วาสนา หัวหน้าฝ่ายเช็คสินค้า เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉยพร้อมแท่งช็อกโกแลตที่เขากินไปเมื่อวาน  ทฤษฎียังนิ่งเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

เขาชำเลืองมองวาสนา ไม่มีทีท่าว่าเธอจะมาดุด่าเขาแต่อย่างใด วาสนาเดินตรงไปที่ตู้ปลามังกรที่เธอเลี้ยงไว้ในห้องของเขา พร้อมบิช็อกโกแลตแท่งนั้นลงไปให้ปลากิน

ทฤษฎีสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงถามวาสนาด้วยความสงสัยว่า "พี่จะเอาช็อกโกแลตให้มันกินทำไม ปลามังกรมันกินแมลงสาบไม่ใช่เหรอ"

วาสนาหันมามองหน้าทฤษฎีด้วยความงง พร้อมพูดว่า "นี่มันช็อกโกแลตที่ไหนกัน มันเป็นหนอนปลา หนอนปลาอัดแท่งที่ให้ปลากินน่ะ แกไปตัดแว่นใหม่ได้แล้วม้าง" วาสนาส่ายหัวมองทฤษฎีด้วยความเอ็นดูก่อนที่จะเอาช็อกโกแลตให้ปลามังกรที่ทำปากพะงาบๆรอกินอยู่ 

เขาขยับแว่นหงึกหงัก ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาในหัวสมองของทฤษฎีทันที เขายังจดจำของไอติมซ็อกโกแลตที่เขาเคยกินเป็นครั้งแรกได้ ยังจดจำรสชาติของปลากระพงแช่บ๊วยที่เขาเคยกินกับพ่อได้ ยังจำรสชาติของถ่านที่ครูฝึกให้อมเป็นการทำโทษสมัยเรียนรด.ได้ดี และสุดท้ายรสชาติที่เขาจะจดจำไปชั่วชีวิต...

คือรสชาติของช็อกโกแลตฝรั่งเศสที่เขากินไปเมื่อวานนั่นเอง...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ตอนแรกนึกว่าเป็นก้อนแกงกะหรี่ ฮาฮาsad smile
#1  by  ชาเขียวaddict At 2008-05-22 19:31, 
ตอนแรกนึกว่าเป็นก้อนคนอร์เหมือนกันsad smile
โอย หนอนปลา cry cry
#2  by  < O t h e r | s i d E > [][] R e n z E [][] At 2008-05-22 20:25, 
อ่านถึงตอนแมลงสาบ
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นแมลงสาบอัดแท่ง
บรึ๋ย
#3  by  nanoguy At 2008-05-22 23:21, 
รสชาติคงแย่กว่า ข้าวผัดฮ่องกงของแม่เรา
ยังจำได้มั้ย
#5  by  atlantis-on (203.156.140.3) At 2008-05-23 10:46, 
5555+


เด๋วเอาไปให้ ทฤษฎี อ่านก่อนนะ

555 Hot! Hot! Hot!
#6  by  NiDA MAilO At 2008-05-23 14:16, 
ทฤษฏี
ชื่อเหมือนพี่เราเลย
#7  by  narm At 2008-05-23 14:25, 
เอ่ออออออ sad smile
สยองเรยค่ะ หนอนปลา คิดภาพมั่ยออก
อยากรุจังว่าทฤษฎีรุสึกยังงัย ฮะๆๆๆsad smile

ขอบคุนนะคะ เปนเรื่องที่ดีจิงๆHot!
#8  by  [B]*bEttY* At 2008-05-24 03:45, 
confused smile confused smile confused smile

สนใจทำ Exteen Tower ไหมครับ ถ้าสนใจอ่านได้ที่ http://catkun.exteen.com/20080520/exteen-tower-project นะครับ
#9  by  เด็กชายร่าเริง At 2008-05-24 08:20, 
555
ทำไปได้ sad smile
#10  by  Krai At 2008-05-24 09:23, 
อ่า แย่แล้วววววววววววว
#11  by  T o' M @ ZZ u ครับ At 2008-05-24 09:28, 
confused smile

ดีนะที่ไม่ใช่แมลงสาบอัดแท่ง
#12  by  neverbeen kiss* At 2008-05-24 10:26, 
ตอนอ่านที่บอกว่า ปลามังกรกินแมลงสาบไม่ใช่หรอ?
นึกว่าแมลงสาบอัดแท่ง คิดแล้วสยองsad smile
#13  by  a Little*RabBit At 2008-05-24 11:43, 
เอาน่า ยังไงมันคงดีกว่าแมงสาบอัดแท่งหน่ะ ว่าไหมbig smile
#14  by  ป้าหมู At 2008-05-24 15:54, 
หึๆๆ
#15  by  WhiteMapleS At 2008-05-24 18:22, 
กรี๊ด คุณขา หนอนปลาอัดแท่งนี่กินแล้วต้องไปล้างท้องเลยไม่ใช่เหรอคะ ประมาณว่ามันเต็มไปด้วยเชื้ออะไรบ้างก็ไม่รู้ sad smile ที่บ้านใครมาบ้านก็จะเตือนๆกันให้ระวังไม่ให้หยิบไปกินค่ะ
#16  by  songsage At 2008-05-24 19:08, 
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไม่ไหวแล้นนนนนนนนนนนนนนนนนนน

เจ้าตัวมาอ่านจะว่าไงคระเนี่ย 55555555555555555555555555555555
#17  by  gallantfoal At 2008-05-24 19:16, 
Hot! ยังดีที่เลี้ยงหนอนมาทำหนอนแท่ง เลี้ยงง่ายกว่าเลี้ยงแมลงสาบ
ไม่งั้น ...
รสชาติที่คุณ "ทฤษฎี" ต้องจำ.. คงไม่ใช่หนอนอย่างแน่นอน หุหุ
#18  by  apple666 (Nopphasul) At 2008-05-25 00:22, 
sad smile
ดีแร้ว..ที่มะใช่แมลงสาบอัดแท่ง
ไม่งั้น..เราจะได้รู้กันไปเรยว่า..
แมลงสาบรสชาติเป็นยังไง
#19  by  WooWam Gang At 2008-05-25 14:19, 
5555

ขอเปลี่ยนเป็นรสชาตก้อนสบู่จะดีกว่ามั้ยนี่sad smile

เอาวะ ก็ยังดีกว่าแมงสาบอัดก้อนละกัย อุแหวะ


แต่ที่ถูดใจที่สุดก็ต้องยกนิ้วให้ท่านแม่ ทฤษฎีเลยค่ะ

คิดได้ แบบมองโลกในแง่ดี คอด~ confused smile
#20  by  pierce At 2008-05-25 15:56, 
เหอๆๆๆๆ ก็ดีกว่าแมลงสาบอัดแท่งละนะคะ

ว่าแต่ หนอนปลา นี่รสชาติคล้ายหนอนทอดตามตลาดนัดปะคะ? question
#21  by  Jinny^-^ At 2008-05-26 10:21, 
ง่า...อยากจะแหวะแทนทฤษฏีจริงๆ เลย
ฮ่าๆ
#22  by  -MisteRiO- At 2008-05-26 14:06, 
ถ้าเป็นแมงสาบอัดแท่ง แล้วเรากินเข้าไป
คงอ้วกแตก จับไข้ไปทำงานไม่ได้เลยแหละ

แต่ถ้าเป็นหนอนอัดแท่งก็ไม่เท่าไหร่ พอกินได้55+
#23  by  *บลาสต์ At 2008-05-27 00:21, 

<< Home


DewdogDag
View full profile