ธีชัช กับ ธัตพล นั่งดูข่าวรอบดึกในดื่นดื่นวันหนึ่งด้วยกัน
ข่าวที่ว่าเป็นข่าวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอนุบาลที่จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มผู้ปกครองแอบตั้งกล้องเอาไว้เพื่อดูพฤติกรรมของครูคนหนึ่งในขณะที่กำลังสอนเด็กๆ
ปรากฏว่าเป็นเรื่องราวใหญ่โต เพราะภาพที่บันทึกไว้ได้ เป็นภาพที่ครูตีเด็กอนุบาล เอาหนังสือตีหัวเด็ก เทน้ำในแก้วราดหัวเด็ก มีหลักฐานคาหนังคาเขาแบบนี้ ครูสาวคนนั้นผิดเต็มประตูแน่นอน
"ทารุณว่ะ" ธีชัชพูดกับธัตพล
ธัตพลนิ่งไป ก่อนที่จะพูดกลับไปว่า "กูว่าที่มันทารุณ เพราะครูคนนี้ทำกับเด็กอนุบาลหรือเปล่าวะ"
"อะไรของมึง กูว่าทำกับเด็กนักเรียนรุ่นไหนๆก็แรงทั้งนั้นแหละ" ธีชัชสวนกลับ
"มึงลองคิดดูสิ ตอนที่พวกเราเรียนอยู่ชั้นประถมกัน พวกเราเคยโดนทำโทษด้วยวิธีอะไรบ้างวะ"
ธีชัชนิ่งคิด เขาคิดถึงตอนสมัยยังเป็นเด็กประถมในโรงเรียนต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง แล้วก็พยักหน้า พร้อมปล่อยเสียงหัวเราะกับธัตพลอย่างสนุกสนาน
"แหม มึง ก็พวกเราอยู่โรงเรียนชายล้วนกันนี่หว่า แล้วนั่นมันก็ หลายสิบปีมาแล้วด้วย ตอนนั้นมันก็เลยเป็นเรื่องปกติธรรมดา ลองให้มาทำโทษกันตอนนี้ดิวะ มีหวังโรงเรียนถูกปิดแหงๆ" ธีชัชพูดไปหัวเราะไป
"เออ จริงว่ะ" ธัตพลตอบ
ธีชัชและธัตพลร่วมรำลึกถึงวิธีการทำโทษของคุณครูด้วยการแจกแจงเป็นข้อๆดังนี้
1. หวด รวดเดียวจบ
เป็นวิธีการทำโทษที่แสนเบสิคมากมาย มีไม้เรียว หรือไม้กระบี่กระบอง ไม้บรรทัดพลาสติกยาวๆ ก้านมะยม หรือสารพัดไม้ที่จะหากันมาได้ เด็กคุยก็หวด เด็กทะเลาะกันก็หวด เด็กไม่ตั้งใจเรียนก็หวด ทั้งหวดก้น หวดน่อง ตีมือ ได้ผลนักแล
ช่วงเวลาที่น่าจดจำ เด็กนักเรียนคุยกันยกห้อง คุณครูสาวสวยยิ้ม บอกให้นักเรียนออกไปนอกห้อง แล้วพูดว่าจะตียกห้อง โดยให้หัวหน้าห้อง ขึ้นไปเลือกหยิบไม้สารพัดรูปแบบที่อยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ มา 1 อัน เพื่อนๆ ก็ลุ้นว่าเป็นไม้อะไร ทั้งสองคนจำไม่ได้แล้ว แต่ที่จำได้คือ ระหว่างที่หวดก้นนักเรียนนั้น คุณครูสาวก็สอนเรื่องมวลของวัตถุที่ส่งผลต่อแรงกระทำรูปแบบต่างๆด้วย
2. เหวี่ยง ดิ่งนรก
รูปแบบการเหวี่ยงมีมากมาย เหวี่ยงชอล์ก แปรงลบกระดาน สมุด หนังสือ หรืออะไรก็ตาม ที่ใกล้มือ ครูขอเหวี่ยงไว้ก่อน ยิ่งเวลาครูถือสมุดการบ้านมาเป็นตั้ง ช่วงเวลาของการเหวี่ยงจะยาวนานเป็นพิเศษ
"นาย คณิน" ครูขานชื่อตามสมุด
"ครับ"คณิณยกมือ
ครูเหลือบสายตาเล็กน้อยก่อนที่จะสะบัดข้อมืออย่างรวดเร็วเหวี่ยงสมุดไปยังเป้าหมาย สมุดบินอย่างเสรี ก่อนไป ถึงที่โต๊ะของคณิณโดยสวัสดิภาพ
ไม่รอช้า ครูก็เรียกชื่อต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง "นายธนพล นายวิโรจน์ นายเกรียงศักดิ์ นายวาริณ นายธนพัฒน์ นายสมเกียรติ นาย....." เรียกไป สมุดก็บินว่อนไปมาอย่างสนุกสนาน เด็กคนไหนตาไม่ดี หูไม่ไว สมุดอาจจะโดยหัวโดยไม่ทันตั้งตัว นับเป็นช่วงเวลาที่อลหม่านชุลมุนมากเลยทีเดียว
มีการเหวี่ยงที่พีคอีกสเต็ปคือ การเหวี่ยงแปรงลบกระดาน เมื่อธีชัชและธัตพลแอบคุยกันในห้องตามปกติ ครูก็ช่างตาไว เห็นทั้งคู่คุยกัน ก็เลยเอาแปรงลบกระดาน โยนขึ้นไปสูงๆ จังหวะที่มันลอยคว้างบนอากาศก่อนจะตกลงมาสู่โต๊ะ ช่างเป็นช่วงเวลาที่บีบหัวใจเพื่อนนักเรียนที่เห็นยิ่งนัก แต่เป้าหมายมัวแต่คุยกันเลยไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง
"ปั๊ก" คือเสียงของแปรงลบกระดานที่กระทบกับโต๊ะ
ธีชัชและธัตพลสะดุ้งโหยง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ
แปรงลบกระดานหล่นบนโต๊ะนี่ไม่เท่าไหร่ แต่เขม่าชอล์คที่ฟุ้งกระจายเต็มโต๊ะและหัวหูของทั้งสองคนนี่สิ อันนี้แหละ ไฮไลท์
3. ดอกบัวตูม
เทคนิคดอกบัวตูม เหล่าเด็กนักเรียนไม่ค่อยได้เจอบ่อยๆ แต่ถ้ามีขึ้นมาเมื่อไหร่ จะเกิดอาการร้อนๆหนาวขึ้นมาทันที เทคนิคดอกบัวตูมมีขั้นตอนดังนี้
3.1 จีบมือให้ปลายนิ้วชิดเข้าหากัน เป็นรูปดอกบัวตูม
3.2 รอครูนำแปรงลบกระดานตีลงไปบนปลายนิ้ว
3.3 ช่วงเวลาที่ครูเงื้อวงแขน ให้สูดหายใจให้ลึกๆ พร้อมกลั้นหายใจ
3.4 หลังจากโดนตีแล้ว ให้คลายปลายนิ้วแล้วสะบัดแรงๆ เพื่อลดอาการเจ็บ
4. ลูบ คลำ บิด
"เอ่อ กูว่าพอแค่นี้เหอะว่ะ เดี๋ยวจะยิ่งติดเรทความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ" ธีชัชปรามธัตพล ที่กำลังสรรหาวิธีการทำโทษในสมัยนั้นอย่างสนุกสนาน
"เออ จริงด้วย นี่ขนาดยังเบาะๆ นะ กูว่าเรื่องการสรรหาวิธีการทำโทษนี่ ไม่มีที่ไหนเกินโรงเรียนเราแล้วล่ะ"
"แต่อย่างน้อยพวกเราก็ผ่านมันมาได้ แล้วก็เป็นประสบการณ์มันๆที่มีให้พูดถึงกัยเรื่อยๆนะเว่ย อีกอย่างคุณครูเค้าก็มีพระคุณ สอนเรามาจนได้ดิบได้ดีแบบนี้"
"แต่กูก็ไม่อยากให้ลูกกูโดนทำโทษแบบที่กูเคยโดนนะ ถ้ารู้เมื่อไหร่ กูจะรีบเอากล้องไปแอบถ่ายเลยคอยดู" ธัตพลพูดปิดท้ายบทสนทนา ทั้งสองหัวเราะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย