นับว่าเป็นความโชคดีอยู่มากทีเดียวที่ตัดสินใจเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ลงสู่ดินแดนบ้านเกิดเมืองนอน ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา (อ.หาดใหญ่ เป็นแค่อำเภอ ไม่ใช่จังหวัดอย่างที่หลายคนเข้าใจ) เพราะเมื่อถึงหาดใหญ่ เหตุการณ์ความไม่สงบก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทั่วเมืองกรุงให้อกสั่นขวัญแขวนอยู่เป็นระยะๆ
วันที่ 15 เมษายน เหตุการณ์ในกรุงเทพฯ ดูจะสงบเรียบร้อยไปมากแล้ว ทุกอย่างน่าจะกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น
กลับมาหาดใหญ่คราวนี้ เหมือนได้ปรับสภาพการดำเนินชีวิตอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ใช้ชีวิตท่ามกลางการแข่งขันกับเวลา และความรวดเร็วร้อยแปด ที่ทำให้ชีวิตพลอยวิ่งตามเวลาอย่างไม่จบไม่สิ้น กลับมาหาดใหญ่ เมืองที่เวลาดูเหมือนจะเชื่องช้า และทำให้เราอยู่กับตัวเองมากขึ้น เป็นภาวะของความสงบอย่างน่าประหลาดใจ อากาศไม่ร้อน มีฝนตกให้พอชุ่มชื่นหัวใจ และที่สำคัญ การได้กลับมาพบกลับสภาพแวดล้อมที่เราเคยอยู่ การพบปะเพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอกันมานาน คงเป็นช่วงเวลาที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว
วันที่ 14 เมษายน เพื่อนเก่าโรงเรียนชายล้วนนัดรวมตัวกันที่ร้านน้ำชา เพื่อพูดคุยพบปะสังสรรค์กัน แม้ว่าตัวเองจะย้ายไปเรียนโรงเรียนสห เมื่อตอน ม.ปลาย แต่มิตรภาพก็ยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย การพบปะเพื่อนเก่าในครั้งนี้ ทุกคนดูเปลี่ยนไปจากภาพความทรงจำที่เคยเจอเมื่อครั้งสุดท้ายไม่มากก็น้อย กาลเวลาได้ผันเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของแต่ละคนให้แตกต่างกันไป บางคนโตขึ้นมาก บางคนหล่ขึ้นผิดหูผิดตาจากเมื่อก่อน บางคนหัวโล้นแบบมาดเสี่ยร้านทอง บางคนแปลงเพศ และอีกหลายบางที่พูดเท่าไหร่ก็ไม่หมด
รับทราบข่าวว่ามีเพื่อนสองคนที่เตรียมจะเป็นฝั่งเป็นฝา คนแรกจัดงานหมั้นไปแล้ว อีกคนหนึ่งจะแต่งงานในเดือนมิถุนายน เพื่อนๆ เมื่อได้ทราบข่าวต่างแสดงความคิดเห็นเข้าข่าย "ปากหมา" ตามสไตล์เด็กนักเรียนชายล้วนมากกว่าจะแสดงความยินดี "ท้องก่อนแต่งเหรอวะ" "เมียมึงรวยเหรอ" "งานแต่งกูไปไม่ได้นะ แต่ถ้าเซ็นใบหย่า เดี๋ยวกูไปอำเภอเป็นเพื่อน"
งานเลี้ยงรุ่นที่จัดขึ้น เป็นงานเล็กๆ ที่น่าประทับใจและทำให้เราได้เปลี่ยนบรรยากาศการพบปะสังสรรรค์ผู้คนที่เปลี่ยนไปบ้าง ได้พูดได้ฟัง ได้เป็นตัวของตัวเองโดยที่ไม่ต้องกงวลว่าเขาจะคิดกับเราอย่างไร เพราะเพื่อนในวัยนี้มันรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว...
พรุ่งนี้ก็ถึงเลาที่ต้องกลับกรุงเทพฯ กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ทุกคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแตกต่างกันออกไป หากไม่เป็นบ้าไปคนเดียว เราเชื่อว่างานเลี้ยงรุ่นที่เกิดขึ้นคงเป็นเชื้อเพลิงคุณภาพดีที่ช่วยเติมไฟในชีวิตให้ดำเนินต่อไปอย่างเต็มพลัง