โอเค...อุณหภูมิความร้อนในกรุงเทพพุ่งทะยานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด บวกกับความร้อนแรงของเหตุบ้านการเมืองในบ้านเราก็แทบจะทำให้พาลร้อนรน กระวนกระวาย หดหู่ ทึมเทา เข้าไปอีก...

รัฐบาลสั่งไม่ให้ผู้คนมั่วสุมกัน เพราะอาจจะเกิดอันตราย...

แต่ผมก็มั่วสุมจนได้!

แต่การมั่วสุมครั้งนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายของการเป็นบ่อนทำลายชาติ หรือเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด 

เพราะผมเลือกมั่วสุมกับเพื่อนไปถล่มร้าน Sweet Hound กัน

--------------------------------------------------------------------------

ผมนัดเพื่อนหญิงแสนน่าีรัก (น่าตบ) สองคนที่สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ (อ่อ! ผมไปกินกันมาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนะครับ) เพื่อนสองคนนี้เค้ามีรสนิยมในแบบที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ จู่ๆ พวกเธอก็ชวนผมไปกินเค้กอร่อยๆ ที่ร้าน Sweet Hound ตรง เจ อะเวนิว ทองหล่อ

ต้องออกตัวก่อนว่า ผมเองไม่ค่อยชอบกิน เค้กเท่าไหร่ แต่พวกเธอก็ขอร้องแกมบังคับให้ผมมาืทานให้ได้

และพวกเราก็มาถึงร้าน...

สภาพภายในร้่านมันช่างชิคกระดิ๊กมันเป็นร้านเล็กๆ ที่น่านั่งชิลไม่น้อย ข้างในร้านฉ่ำเย็นจนแทบไม่อยากออกจากร้านไปเผชิญไอร้อนอีกเลย 

 

"ภายในร้าน"
 
"เพื่อนหญิง 1 และเพื่อนหญิง 2" 

 

ไม่รอช้า เพื่อนหญิงสองนางหยิบเมนูเค้กพลิกไปมา ทำปากขมุบขมิบ ชี้ไปที่เมนูมอเป็นระวิง ไอ้นั่นก็น่ากิน ไอ้นี่ก็น่ากิน ระหว่างถกกันไปมาอยู่นานสองนานไอ้ผมก็มีหน้าที่กินอย่างเดียว ปล่อยให้สาวๆ สั่งไปเธอสั่งเรายการเค้กเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงที่กระแดะพอสมควร และแต่ละชื่อก็ยาวจนผมขี้เกียจจะจำ

-----------------------------------------------------

 เวลาผ่านไปชั่วสี่ห้าอึดใจ เค้กจานแรกถูกวางลงบนโต๊ะ

 

 

เค้กรูปร่างกลมมีครีมบลูเบอร์รี่ราดข้างๆ ข้างบนหน้าเค้กมีลูกบลูเบอร์ี่รี่กลมๆ สองลูกโปะอยู่

"เค้กอะไรวะ" ผมถาม

"Inside Out Blueberry" เพื่อนหญิงคนหนึ่งตอบออกมาดังคนมีอาการลิ้นเปลี้ย

"อะไรนะ"

เพื่อนผมถอนหายใจ ตั้งสติและตอบอีกครั้งในสำเนียงไทยแท้ว่า

"อินไซด์ เอ้าท์ บลูเบอร์รี่"

โอ๊ะ! ชื่อเรียกยาก แต่ก็น่ากินแฮะ ไม่รอช้าผมคว้าส้อมปักลงไปบนเค้ก และตักเข้าปากทันที

โอ๊ะ! มันก็คือบลูเบอร์รี่ชีสเค้กนี่เอง ต่างกันตรงที่ว่าข้างในมันจะมีไส้บลูเบอร์รี่ไหลเยิ้มออกมาด้้วย แปลกแหวกแนวได้อีก

ด้วยความเป็นคนไม่ละเลียด ผมจึงจ้วงๆ กินเข้าไปอย่างรวดเร็ว เพื่อนหญิงมองตาไม่กะพริบ พวกหล่อนช้ามาก

จู่ๆ เธอก็บอกกับผมด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า

"แกกินทั้งก่อนได้นะ เหลือแค่ลูกกลมๆ สองลูกให้พวกชั้นก็พอ"

ผ่าง!!!

------------------------------------------------------------------------------------------------

จานที่สอง เป็นเค้กหลายเลเยอร์ ดูมีสีสันมากกว่าเค้กจานแรกอยู่หลายขุม เพื่อนหญิงชี้พร้อมพูดแนะนำเค้กเหมือนป้ามาร์ธ่า ว่า "อันนี้คือ Mixed Berry Crepe Cake"

 

มิน่าล่ะ มันทำมาจากผลเบอร์รี่ทั้งหลายแหล่นำมาไว้ในเค้กนี่เอง สีสันมันถึงได้จัดจ้านขนาดนี้

ถ้าเปรียบเค้กสองจานเป็นผู้หญิง Inside Out Blueberry จะเป็น "หญิงเรียบร้อยซ่อนความเปรี้ยว" แต่สำหรับ Mixed Berry Crepe Cake ผมยกให้เป็น "ผู้หญิงแรง" คำแรกที่ได้ทานเข้าไป ก็รับรู้ได้ถึงความเปรี้ยวของเบอร์รี่ ผสมผสานกับความหวานของเนื้อเค้ก ล้ำอยู่เหมือนกัน...

 

"นอกจากหนูจะแรงแล้ว ยังอร่อยด้วยนะคะ"

 

"การันตีความแรง ไม่แอ๊บแบ้ว!"
 
 ---------------------------------------------------------------------------------------------
 
ทานไปสองจานชักเริ่มอิ่ม เพื่อหญิงบอกว่าแค่เบาะ เพราะยังมีมาอีก 3 จาน เอ่อ!
 
 
 
 
วาฟเฟิ้ล กล้วย ชีส และวิปปิ้ง ครีม อ้วนเห็นๆ แต่น่ากินได้อีก
 
"จานนี้เรียกว่า Waffle Banana Choc Cheese ไวน์แดงไว้ดื่มคู่หับหมิวฉันใด กล้วยก็ต้องกินคู่กับช็อกโกแลตและ ชีสฉันนั้น"
 
เป็นความรู้ใหม่สำหรับผมจริงๆ ที่ว่ากล้วยต้องกินกับช็อกโกแลตและชีส ถึงจะอร่อย เออ รสชาติโอเคอยู่ มันมีความหวานของกล้วยกับความเค็มของชีส ไม่เลี่ยนจนเกินไป...
 
จานที่ 3 ไม่ทันหมด จานที่สี่มาอีกแล้ว ผมไม่เข้าใจว่าเพื่อนผมวันเลี้ยงโต๊ะลิงหรืออย่างไร ถึงสั่งมาแบบไม่บันยะบันยัง และดูทีว่าสองสาวจะไม่รู้สึกรู้สาแต่อย่างใด ทั้งๆที่พุงของผมแทบจะปริแล้ว
 
"สตรอบะรี่ การฺ์เด้น"
 
"สตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่มาก" ผมพูดออกมาทันทีโดยไม่ผ่านการไตร่ตรอง เพราะสตอร์เบอร์รี่บนเค้กมันแทบจะทิ่มตาผมอยู่แล้ว
 
"สตรอเบอร์รี่ การ์เด้น" เำื่พื่อนหญิงพูดห้วนๆ พร้อมเทซอสสตรอเบอร์รี่ ราดลงบนเค้ก 
 
ขณะที่เธอใช้ส้อมปักลงไป ผมเห็นสตอร์เบอร์รี่สดแผ่นบางๆแลบออกมาจากเนื้อเค้ก ทั้งที่อิ่มจะแย่ก็ไม่วายขอ   แจมด้วยสักคำ
 
กินแล้วก็อยากมีสวนสตรอเบอร์รี่สักไร่จริงๆ...
 
--------------------------------------------------------------------------------------------
 
ระยะเวลาดำเนินมาอย่างยาวนาน แต่ดูทีท่าว่าเพื่อนหญิงสองคนยังคงทานเค้กกันอย่างสนุกสนาน พูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ตาผมเริ่มปรือด้วยความอิ่ม เพื่อนหญิงหมายเลข 1 พูดกับผมว่า
 
"กินเค้กน่ะ ต้องค่อยๆ กิน ไม่ใช่ตะบี้ตะบันกิน"
 
ก่อนที่เพื่อนหญิงหมายเลข 2 จะประณามผมต่อ โชคดีที่พนักงานเสิร์ฟเค้กจานสุดท้ายได้ทันท่วงที่ ทุกสายตาจับจ้องไปที่สีแดงแรงฤทธิ์ของมัน
 
 
"แดงพอไหมพี่"
 
 
"วาฟเฟิ้ลสีแด๊ง!!" เพื่อนหญิงหมายเลข 1 อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ ประหนึ่งว่าตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เห็นมันมาก่อน
 
ผมรู้สึกโดนใจกับความแดงของมัน รีบคว้าเมนูมาเปิดดู จึงได้รู้ว่าจานนี้มีชื่อว่า "Red Velvet" หรือ กำมะหยี่ สีแดง (แสลงในใจ)
 
"มันเป็นวาฟเฟิ้ลเบอร์รี่น่ะ ก็เลยแดง กินคู่กับสตรอเบอร์รี่แล้วก็เนย ชั้นตั้งใจสั่งให้แกโดยเฉพาะ เห็นว่าแกชอบกินสตรอเบอร์รี่ และเหมาะกับคนสตรอเบอร์ีัรี่อย่างแกด้วย" เพื่อนหญิงหมายเลข 2 พูดด้วยน้ำเสียงหยิกแกมหยอก
 
เล่นแรงมาก!!!
 
เพื่อสนองความตั้งใจของเพื่อนหญิง ผมจึงรวบรวมลมปราณ ใช้ช้อนตักเนยพอดีๆ หยอดลงไปในช่องวาฟเฟิ้ล ราดแยมสตรอเบอร์รี่ ตักวาฟเฟิ้ลเข้าปาก
 
ผมรู้สึกได้ถึงรสชาติความมันของเนยความเปรี้ยวของวาฟเฟิ้ล และความหวานของแยมสตรอเบอร์รี่ อร่อยได้แรงอกจริงๆ 
 
น่าเสียดายเหลือเกินที่ผมไม่สามารถยัดทะนานเค้กใส่ท้องได้่อีกต่อไป จึงต้องยอมศิโรราบให้สาวๆ กินกันให้หมด สาวๆ กระเพาะช้าง ก็กินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย 
 
ขอเตือนไว้เลยว่า ใครแต่งงานกับเพื่อนผมสองคนนี้ มีหวังลำบากแน่นอน
 
เพราะแค่เค้ก เธอยังกินล้างกินผลาญขนาดนี้ แล้วอย่างอื่นล่ะ แทบไม่ต้องพูดถึง 55555
 
แต่ยังก็ต้องขอบคุณ เพื่อนหญิง 1 และเพื่อนหญิง 2 ที่ลากผมมากินร้านเค้กอร่อยๆ 
 
อย่างน้อยมันก็เป็นช่วงเวลาที่ลืมเรื่องร้อนๆ ได้ช่วงเวลาหนึ่ง.... เอวัง!
 

Comment

Comment:

Tweet

เค้กแรงๆทั้งนั้นๆๆ

#8 By GroovyBee on 2010-06-30 23:00

แหมม เพื่อนสวยจังนะคะ 5555

#7 By หมายเลข 1 (58.64.85.165) on 2010-05-25 09:48

โอ้ว! แต่ละจาน

#6 By Seam - C on 2010-05-19 11:07

พี่นุ่น อร่อยจนยอมอ้วนเลยอ่ะ 5555

#5 By dewdogdag on 2010-05-19 00:09

ลืมความร้อน แต่ไม่ลืมความอ้วนนะดิว

แต่น่ากินมากๆๆๆๆๆๆๆๆ

#4 By NiDA MAilO on 2010-05-18 23:41

เค้กน่ากินมากๆ

#3 By PluS+ on 2010-05-18 23:17

้@chanlee Red Velvet อร่อยดีครับ
เสียดายที่มันมารายการสุดท้าย 555

#2 By dewdogdag on 2010-05-18 23:16

Waffle Banana Choc Cheese!
ตอนไปกินกับเพื่อนๆ ชอบอันนี้ที่สุดเลย
แต่ว่า Red Velvet ก็น่ากิน ไว้คราวหน้าจะต้องไปลองมั่ง cry

#1 By chenlee on 2010-05-18 23:14