2009/Jul/06

ฮัลโหล

ตอนนี้เราอยู่หาดใหญ่ ที่หายหน้าไปก็เพราะว่าเราไม่ค่อยมีเวลาเลยว่ะ

ก็เลยมาแจ้งข่าวให้ทราบว่าคนเขียนยังมีชีวิตอยู่

ยังไม่ได้ล้มหายตายจากไปไหน

บอกไว้แค่นี้แหละ กะจะมาปัดกวาดเช็ดถูบล็อกเฉยๆ ไม่มีวาระโอกาสพิเศษแต่อย่างใด

เดี๋ยวอีกแป๊บก็กลับมาแล้ว...กลัวบล็อกร้าง... 

สวัสดี

2009/Jun/20

คุณครูวิกานดา สอนวิชาภาษาไทย บอกกับเด็กนักเรียนที่เธอสอนว่า
ทักษะของมนุษย์มีอยู่ 4 อย่างคือ ทักษะการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน


สมจิตร สาวน้อยผู้รักวิชาภาษาไทยจดคำพูดของคุณครูใส่ลงไปในสมุด เธออยากเป็นคุณครูสอนวิชาภาษาไทยเก่งๆอย่างคุณครูวิกานดาบ้าง เธอรักการอ่านหนังสือและการเขียนมาแต่ไหนแต่ไร

สมจิตรค่อนข้างมั่นใจว่า ทักษะการอ่าน และการเขียน ของเธอนั้น ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน

ส่วนทักษะการฟัง สมจิตรก็เป็นคนที่ชอบฟังคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ใครจะพูดอะไร ไร้สาระแค่ไหน หรือมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไร เธอจะเป็นผู้ฟังที่ดีเสมอ

อ่านมาก เขียนมาก ฟังมาก ทำให้โอกาสที่ได้ฝึกทักษะการพูดย่อมน้อยเหมือนแสงหิ่งห้อยที่ท้าทายแสงหลอดไฟนีออน

ในสายตาของเพื่อนๆ สมจิตรมักจะเป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง พูดเร็ว ลำดับความคิดความสำคัญของเรื่องที่จะเล่าไม่ได้ซึ่งสมจิตรเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะเวลาที่เธอออกมาพูดรายงานหน้าชั้น เธอเองจะไม่รู้สึกตัวเลยว่าเธอกำลังทำอะไร พูดอะไร หายใจอย่างไร

แต่สมจิตรอยากเป็นครูสอนภาษาไทย

เธอได้เข้าใจแล้วว่า ทักษะการพูดคือทักษะที่สำคัญที่สุด เพราะมนุษย์ต้องสื่อสาร พูดคุย สั่งสอน และอาศัยการพูดคุยเป็นสื่อกลางในชีวิตประจำวัน สมจิตรรู้สึกระทดระท้อใจ เพราะว่าเธออาจจะเป็นครูสอนภาษาไทยที่ดีไม่ได้

สมจิตรนั่งคิดทบทวนกับตัวเองว่า จะมีวิธีการใดที่จะทำให้เธอพูดจารู้เรื่อง ลำดับเรื่องราวความสำคัญต่างๆ ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง พูดโดยไม่รู้สึกประหม่า หรือพูดสะกดให้ทุกคนหันมาฟัง
ไม่มีวิธีการใดนอกจาก การพูด พูดให้มากขึ้น สื่อสารให้มากขึ้น

หลังจากนั้นเป็นต้นมา สมจิตรก็หัดพูด เธอพูดไม่หยุด พูดไปตลอดทาง พูด พูด พูด พูดไปเรื่อยๆ เพื่อฝึกทักษะที่เธอยังอ่อนด้อยอยู่

หลังจากที่เธอพูดจากน้ำลายแห้ง เธอก็ได้รู้ว่า ถึงยังไงทักษะการพูดของเธอก็ยังอ่อนด้อยอยู่ดี

"คนเราไม่ได้เกิดมาเก่งทุกอย่าง การเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องก็คงเป็นอีกสไตล์หนึ่งที่ไม่เหมือนใคร ฝึกพูดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็จะเก่งเอง" คุณครูวิกานดาบอกกับสมจิตรเมื่อเธอขอคำปรึกษา

"แต่ถ้าหนูพูดไมรู้เรื่อง หนูก็จะไม่มีวันเป็นครูสอนภาษาไทยที่ดีได้น่ะสิคะ" สมจิตรพูดกับคุณครูวิกานดา น้ำตาเธอรื้นเต็มหน่วยตา เธอพยายามเลี้ยงน้ำตาไม่ให้มันทะลักล้นอาบแก้ม

"เชื่อครูเถอะ แล้วนี่จะเป็นอีกเรื่องที่จะผ่านไป" คุณครูวิกานดาพูดกับสมจิตรด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เป็นรอยยิ้มที่ดูเข้าใจโลกและความเป็นจริง สมจิตรไม่เคยเห็นคุณครูวิกานดายิ้มแบบนี้มาก่อน คุณครูวิกานดาลูบหัวเธอไปมาสองสามทีพอให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินจากไป

เมื่อสมจิตรคิดทบทวนคำตอบของคุณครูวิกานดา

เธอคิดว่าอาจจะต้องรอให้เธอโตกว่านี้อีกหน่อย ถึงจะเข้าใจสิ่งที่คุณครูวิกานดาตอบออกไปก็เป็นได้

2009/Jun/13

 

 

คงไม่ช้าเกินไปนักที่จะขอแสดงความเห็นส่วนตัวเล็กๆน้อยๆ กับหนังสั้นเด็กภาคฟิล์มของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ กับงาน กางจอ 16 คับอกคับจอ

หลายคนอาจจะงงๆ ว่ากางจอ 16 คืออะไร แล้วทำไมต้องคับอกคับจอ ขออธิบายคร่าวๆว่า งานกางจอเป็นงานฉายหนังสั้นของนิสิตภาควิชาภาพยนตร์และภาพนิ่งคณะนิเทศ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 16 แล้ว

น่าเสียดายที่ตัวเองได้ดูหนังไม่ครบทุกเรื่อง เลยขอพูดถึงหนังในส่วนที่ตัวเองได้ดู ว่ากันไปตามเนื้อผ้า...

ดูดฉันดิบดิบ
อ่านเรื่องย่อเรื่องนี้ครั้งแรกอุทานออกมาดังๆ เงียบๆ ในใจ ว่า "เหย พล็อตแปลกประหลาดล้ำ น่าดูอะไรเยี่ยงนี้ ได้ดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าเป็นหนังที่คัลท์มากทีเดียว แต่ในใจก็คิดว่า เอ ถ้าพล็อตมันเอื้อให้เกิดความคัลท์ได้แล้ว ก็น่าจะคัลท์ให้มันสุดโต่งสุดตีนไปเลยก็น่าจะดี หลายคนดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว เกิดความฉงนสงสัยอยู่ในหัวว่าหนังต้องการจะบอกอะไร หลายคนอาจจะบอกว่าหนังเรื่องนี้มีปัญหาด้านการเล่าเรื่อง ส่วนตัวของเรา เรากลับมองว่าไอ้ความคลุมเคลือ งงๆ ของหนังเรื่องนี้แหละ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่สร้างสไตล์ในตัวของมันได้

ชอบสถานการณ์หรือมุขตลกที่ดูเหมือนจะไม่ตลกแต่มันก็ตลกในความวายป่วงและลักลั่นของมัน (ผีดิบโดนแสงไม่ได้ แต่ถ้าทาครีมกันแดดล่ะก็โอ) เบลล่าอาจจะมีแก่นเรื่องหรือสารที่ต้องการจะบอกคนดู แต่สารเหล่านั้นมันส่งมาไม่ถึงคนดู (ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ต้องการจะบอกมันเป็นสารระดับที่สูงเกินไปหรือเปล่า)

เจ้าหยิงตาลำไย
อนิเมชั่นเรื่องเดียวที่ได้ดู (อยากดูของเป็ดมาก แต่อยู่ดูไม่ทัน) น่ารัก พล็อตเก๋ ได้ข้อคิด วางจังหวะและคุมโทนความน่าติดตามและสนุกสนานได้ดี ชอบตอนที่นางสนมออกปากชมอวัยวะของเจ้าหญิง ฮามาก เพลงประกอบเป๊ะ แต่ตอนจบเพลงบียอร์คมันนานไปหน่อยจนรู้สึกหลอนไปตามเพลงและอยากลุกไปกินลำไย

หัวใจไซด์โป้ง
นี่ตัวแทนหนังจากคณะนิเทศศาตร์ จุฬาฯ เรื่องเดียวที่ได้ดู หนังพะยี่ห้อคณะแบบเต็มๆ ในแง่เรื่องราวความรักของหนุ่มสาว การใช้เพลงดังเป็นตัวเล่าเรื่อง มุขตลกต่างๆที่มีความเป็นนิเทศ จุฬาฯ สูง ภาพรวมหนังเรื่องนี้สนุกสนาน มุขบางมุขแทบจะต้องตะโกนออกมาว่า คิดได้ยังไง (เพราะเราคิดไม่ถึงจริงๆ) คนทำชำนาญในการวางจังหวะความตลก หากมีรางวัลขวัญใจมหาชน หนังเรื่องนี้จะได้รางวัลอย่างแน่นอน และเชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆปีหนึ่งที่ได้ดู และอยากจะทำหนังได้อย่างนี้บ้าง และหนังแนวนี้ก็จะมีคนสืบสานกันต่อไป

ของขวัญ
สีสันจัดจ้าน ตัดต่อดี เป็นงานที่ดูแล้วเห็นเลยว่าผู้กำกับมีสารที่ต้องการจะสื่อ แต่ไม่รู้ทำไมรู้สึกเฉยๆ บางทีอาจเป็นเพราะเราได้เห็นเรื่องราวแนวๆนี้ในหนังสั้นอยู่ไม่น้อย มันมีกลิ่นอายของความแนวอยู่ในนั้น งานโปรดักชั่นดีไซน์ทำได้ดี ตั้งใจ จนอาจเป็นดาบสองคมที่จะบดบังเนื้อหาและการเล่าเรื่องไปได้

ของเหลวที่หลั่งจากกาย
แค่เห็นชื่อเรื่องก็รู้เลยว่าเป็นหนังของใคร หนังเปรี้ยวเยี่ยวราด และมีโอกาสที่จะได้รับการพูดถึงในวงกว้างต่อไป ถึงความแรงระเบิดบู้มของหนัง คนทำรู้จักสไตล์เทคนิคของหนังอย่างถ่องแท้และพยายามจะนำเทคนิคต่างๆมายำรวมกันและวิพากษ์ล้อเลียนความเป็นภาพยนตร์ในหนังเรื่องนี้ หนังได้รับอิทธิพลจากกระแสหนังอาร์ตทุกกระแส (ดูแล้วก็ชวนให้นึกถึงเหล่า French New Wave หนังเปโดร หนังอาร์ตยุโรปต่างๆ) คนทำดูหนังมาเยอะจริงๆ การแสดงแหวกแนว เรียกได้ว่าถูกใจคอหนังวิจารณ์กันเป็นทิวแถว แต่สำหรับคนดูทั่วไปแล้วหนังเรื่องนี้อาจจะโดนด่าขรมเพราะดูไม่รู้เรื่อง (เข้าทางทีว่าหนังเรื่องนี้อาจจจะได้รางวัลหนังเมืองคานส์ แต่ออสการ์จะไม่หันมาแลด้วยซ้ำ)

หลังจากที่ดูก็กลับมานั่งคิดว่า หนังแนวนี้สร้างความแปลกใหม่มาก ข้อสังเกตที่ได้อีกอย่างคือ คนทำได้อิทธิพลมาจากแนวคิดทฤษฎีของตะวันตกอยู่มาก แสดงว่าคนทำปึ้กกับทฤษฎีต่างๆมากพอที่จะสร้างหนังแบบนี้ได้ ส่วนตัวแล้วอยากดูหนังแนวอื่นของคนทำคนนี้บ้าง แต่เชื่อเถอะว่าสไตล์การกำกับและลีลาการเล่าเรื่องของผู้กำกับคนนี้ หาใครเลียนแบบยากจริงๆ

ตะเพียนริมคลอง
ชอบพล็อตเรื่องมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นหนังที่ทำเอาน้ำตาซึมไปเลย (เป็นคนแพ้หนังครอบครัว เด็ก คนชรา และสตรีมีครรภ์) การแสดงแม้ว่าจะดูไม่สมจริงไปบ้างในบางจุด แต่ก็ไม่ได้ทำให้อารมณ์ของคนดูสะดุดแต่อย่างใด หนังใช้ภาพเล่าเรื่องได้อย่างชาญฉลาด การจัดวางองค์ประกอบภาพทำได้ดี เป็นหนังอีกเรื่องที่มีลงตัวเองมากๆ (ถ้าหนังเรื่องนี้ได้ฉายในยุคที่หนังสั้นยังไม่บูม อาจจะได้รับการกล่าวขวัญอยู่ไม่น้อยทีเดียว)

MV Creep
โอเค ดูได้เพลิน เลือกเพลงให้เข้ากับภาพได้โอเค การตัดต่อยังไม่หวือหวาพอ เป็นเอ็มวีเล่าเรื่องเรื่องหนึ่ง ที่คนทำมีอะไรจะบอก แต่ต้องไปหากันเอาเอง

Throughgether
เป็นสารคดีที่ทำเอาบ่อน้ำตาแตกได้อีกเรื่อง การทำสารคดีเรื่องราวชีวิตในครอบครัว ไม่ว่าจะออกมาดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่คนดูสัมผัสได้คือ หัวใจ และเลือดเนื้อของคนทำและบุคคลที่อยู่ในสารคดี เพราะทุกสิ่งที่ะถูกบรรทุก มันเหมือนเป็นอนุสนธิที่เรามีความทรงจำและจะจดจำคืนวันดีๆเหล่านั้นไปอีกนาน ไม่ต้องแคร์ว่า ใครจะวิจารณ์อย่างนั้นอย่างนี้ แต่เชื่อเถอะว่าคนในครอบครัวของคนทำจะรักสารคดีเรื่องนี้แบบสุดหัวใจ

Suck 3/2 Seed
สานต่อจากความสำเร็จของรุ่นพี่ หนังเรื่องนี้โดดเด่นที่ความตั้งใจของคนทำ และรู้เรื่องในวงการดนตรีอย่างดี นักแสดงก็เล่นได้เป๊ะมาก เรื่องราวน่าติดตาม มีได้นามิคของการเล่าเรื่อง หนังทำออกมาแบบจริงใจ และทำให้คนดูรู้สึกถึงความจริงใจของผู้กำกับที่อยู่ในหนังไปเต็มๆ

ชอบมุข "บนดิน" มากๆๆๆๆ คิดได้ไง

ภาพรวมหนังสั้นของน้องๆรุ่น 41 ถือว่ามีสไตล์และความชัดเจนของตัวเองสูงมาก หนังส่วนใหญ่จะเน้นความเป็นปัจเจก ความเป็นมนุษย์ บอกเล่าเรื่องราวเล็กๆในสังคม แต่ยังไม่มีหนังที่บอกเล่าเรื่องราวในระดับมหภาคกันสักเท่าไหร่

เป็นงานกางจอ ที่แม้คับอกคับจอ แต่ไม่คับอกคับใจ...



DewdogDag
View full profile